มรรคาจาริกการเดินทางฝ่ายจิตควบคู่ไปกับการทำสมาธิ
นับเป็นเวลาหลายพันปีมาแล้วที่ผู้คนได้สร้างเขาวงกตขึ้น หรือที่เรียกกันว่ามรรคาศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นแบบอย่างของการดำเนินชีวิต ทางเขาวงกตแห่งแรกได้ถูกบันทึกไว้บนศิลาจารึกจากเมืองไพรอซ ประเทศกรีซ ประมาณ 1,200 ปีก่อนคริสตกาล ทางเขาวงกตของชาวคริสต์ยุคแรก ได้ปรากฏอยู่ที่โบสถ์แห่งหนึ่งในประเทศอัลจีเรีย เมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 4 เป็นการก่อสร้างมหาวิหารแบบโกธิค หลายแห่งในยุคกลางได้มีการรื้อฟื้นทำทางเขาวงกตขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นต้นแบบและเป็นการทดแทนการจาริกแสวงบุญทางศาสนาสำหรับผู้คน ทางเดินจำลองเหล่านั้นเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการจาริกแสวงบุญไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ทางเขาวงกต ณ สวนเจ็ดรินได้ใช้แบบอย่างที่ปรากฏอย่างที่ปรากฏอยู่บนพื้ นผิวของมหาวิหารนครชาตร ประเทศฝรั่งเศส ในปี ค.ศ.1201
ข้อแนะนำสำหรับการเดินทาง การเดินทางเขาวงกตไม่มีการกำหนดว่าทางใด “ถูก” หรือ “ผิด” การเดินวนเวียนไปคือการภาวนาด้วยร่างกาย หรือเป็นการเดินอย่างมีสมาธิ เป็นการเดินไปตามทางที่ไม่มีอะไรแอบแฝง และก็ไม่มีจุดจบหรือทางตัน เส้นทางวกวนไปเรื่อยๆ เหมือนกับจะเตือนเราถึงจุดหักเหผันแปรต่างๆ ในชีวิต ที่มีทั้งเศร้าสลด ทุกข์ระคนกันไป เดินด้วยจิตที่เปิดกว้างและใจที่เปิดรับ จนไปพบหินก้อนหนึ่ง ณ จุดศูนย์กลางบรรพบุรุษชาวคริสต์ของเราได้ปักเสาหินไว้เป็นจุดบ่งบอกตำแหน่งแหล่งที่ในระหว่างเดินทางจาริกแสวงบุญ เมื่อเขาได้พบพระเจ้า (ปฐก. 12:7-8; 28:18) พระองค์ทรงเป็นศิลาแห่งความรอด (สดด. 18:2) ก่อนออกเดิน จงทำจิตของท่านให้สงบนิ่ง โดยกำหนดลมหายใจเข้าออก จากนั้นปล่อยตัวของท่านไปตามจังหวะที่ร่างกายจะนำพาไป
ท่านอาจจะพิจารณาขั้นตอนของการเดินทางเป็น 3 วาระ
ปลดปล่อย : ปล่อยวางเรื่องปลีกย่อยในชีวิตของท่านเสีย ซึ่งเป็นการปลดเปลื้องความคิดฟุ้งซ่านและความวอกแวกทั้งหลาย ปล่อยวางความปวดร้าวแต่หนหลัง รวมทั้งความกลัว ความพ่ายแพ้ผิดหวังทั้งปวง เปิดใจน้อมรับแนวทางที่พระเป็นเจ้าจะนำเราไป “พระองค์ทรงสำแดงวิถีแห่งชีวิตแก่ข้าพระองค์” (สดด. 16:11) น้อมรับ : เมื่อท่านเดินไปถึงจุดศูนย์กลาง ท่านจะใช้เวลา ณ ที่นั้นนานเพียงใดก็ได้เพราะเป็นเวลาที่สงบ จงรับฟัง เปิดใจรับในสิ่งที่ท่านจะพึงรับไว้ “จิตใจของข้าพเจ้าสงบคอยท่าพระเจ้าแต่องค์เดียว ความรอดของข้าพเจ้ามาจากพระองค์ พระองค์เท่านั้นทรงเป็นศิลา” (สดด. 62:1-2)
มุ่งกลับ : ขณะที่ท่านกลับออกมาโดยใช้เส้นทางเดินจากจุดศูนย์กลางถือเป็นวาระขั้นที่ 3 ซึ่งเชื่อมโยงท่านกับองค์พระผู้เป็นเจ้า ทุกครั้งที่ท่านเดินสู่เขาวงกต ท่านได้รับพลังเพิ่มที่จะเดินไปกับองค์พระผู้เป็นเจ้า “นี่คือพระประสงค์ที่พระเจ้ามีต่อเจ้า ให้กระทำความยุติธรรมและรักสัจจะ กรุณาและดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมใจไปกับพระเจ้าของเจ้า (มีคาร์ 6:8) ผู้ที่เดินเข้าจะสวนทางกับผู้ที่เดินออก ให้คารวะชื่นชมกับประสบการณ์ของเขาเหล่านั้นและหลีกทางให้ เมื่อท่านมาถึงจุดสิ้นสุดของการเดิน ท่านคงต้องการหยุดคิดคำนึงถึงประสบการณ์ด้วยความกตัญญูรู้คุณต่อพระเจ้า
